September 25, 2021

ความแตกต่างของ การเป็น Start-Up กับเจ้าของกิจการทั่วไป

การเป็น Start-Up

            ในยุคนี้จะมีอาชีพไหนที่ดูดีมีชาติตระกูลไปกว่า การเป็น Start-Up ไม่มีอีกแล้ว เด็กรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยก็ได้เบนความฝันของตัวเองจากอาชีพที่เคยมีมายาวนานอย่างพวกแพทย์ วิศวกร สถาปนิก หรือผู้บริหารในบริษัทเอกชน มาเป็นการเดินตามความต้องการของตัวเองเหมือนๆ กับรุ่นพี่ ที่เขาเริ่มจากความชอบเล็กๆ แล้วปั้นมันให้กลายเป็นธุรกิจซึ่งทำเงินได้อย่างมหาศาล ยิ่งกว่านั้นคือหลายองค์กรที่จัดอยู่ในกลุ่มสตาร์ทอัพนี้ยังก่อตั้งมาด้วยทุนอันน้อยนิดอีกด้วย

การเป็น Start-Up

มาทำความรู้จักกับ การเป็น Start-Up กันเถอะว่าเป็นอย่างไร

            ทีนี้จะมีประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการเป็น Start-Up ก็คือหลายคนไม่รู้ว่ามันต่างจากเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการทั่วไปอย่างไร จริงๆ ถ้าจะแยกให้ชัดเจนก็ต้องเปรียบเทียบกับ SME ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่ความหมายค่อนข้างกว้างมาก บริษัทที่เปิดใหม่ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ถือว่าเป็น SME ด้วยกันทั้งนั้น โดยไม่เกี่ยงว่าธุรกิจจะทำงานหรือให้บริการในด้านใด sagame66 คนที่สร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาขายก็เป็น SME ได้ คนที่ให้บริการพื้นที่เช่าก็เป็น SME ได้เหมือนกัน

มาทำความรู้จักกับ การเป็น Start-Up

            แต่พอหันมาดู Start-Up มันจะมีความต่างในส่วนปลีกย่อยค่อนข้างชัด คือ ธุรกิจที่จะเป็นสตาร์ทอัพได้ไม่ใช่ว่าต้องมีขนาดเล็กหรือใช้ทุนน้อย แต่ดูที่ความก้าวหน้าของธุรกิจ หากธุรกิจนั้นสามารถเติบโตต่อเนื่องไปได้อย่างสวยงามในอนาคต และบริหารตัวมันเองได้โดยไม่ต้องทำซ้ำอยู่เรื่อยๆ นั่นถึงจะเข้าเกณฑ์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือแอปพลิเคชันทั้งหมด เราลงมือสร้างแอปเพียงแค่ครั้งเดียว ที่เหลือระบบจะทำงานของมันเอง หน้าที่เราแค่คอยมาดูแลและพัฒนาให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น หนึ่งอาชีพยอดฮิต อาชีพทำสื่อ ลงบนโซเซียลมิเดีย ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีตกงาน

ความแตกต่างของ การเป็น Start-Up

            แนะนำอาชีพเสริม คนที่สนใจจะทำ Start-Up อย่างจริงจัง จึงต้องรู้ว่าจะนำระบบมาทำงานได้อย่างไร หนีไม่พ้นเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม ถ้าไม่ชอบและไม่อยากศึกษาเรื่องนี้ การก้าวสู่เวทีสตาร์ทอัพก็เป็นไปได้ยาก และจุดที่ต้องให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือไอเดีย ต่อให้ไม่มีทุนสักบาทเดียว แต่ไอเดียเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่นานก็จะมีคนมาเสนอทุนให้เอง