September 24, 2020

มารู้จัก “Bolt” แอปฯ เรียกรถใหม่มาแรง จาก CEO หนุ่มพันล้านวัย 19 ปี !!

มารู้จัก “Bolt”

มารู้จัก “Bolt” แอปฯ ทุกวันนี้เมื่อเร่งรีบต้องการที่จะขึ้นแท็กซี่เราแทบไม่มองหารถเก๋งคาดเขียวเหลืองอีกต่อไป แต่เรามักเรียกใช้บริการอย่าง Line Man หรือ Grab แทน แต่ล่าสุดBolt แอปฯเรียกรถชื่อดังจากยุโรปได้ทำการเปิดตัวให้บริการในประเทศไทยแล้ว แต่ Boltนั้นคือใคร? มาจากไหน? และใครเป็นผู้ก่อตั้ง?  วันนี้คุณจะได้รู้กัน

มารู้จัก “Bolt” แอปฯ

มารู้จัก “Bolt” แอปฯ และผู้ก่อตั้งBoltคือใคร และมาจากไหน ?

Boltก่อตั้งโดยเด็กหนุ่มชาวแอสโตเนียวัย 19 ปี นาม Markus Villig ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2013 โดยใช้ชื่อแรกเริ่มว่า Taxify ที่ต่อมาได้รับกระแสตอบรับที่จนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม จนกระทั่งปี 2018 ได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น Bolt ที่ตอนนี้มีผู้ใช้งานกกว่า 30 ล้านคน ให้บริการกว่า 100 เมือง ใน 35 ประเทศแถบยุโรปและแอฟริกา

ทำให้ Bolt นั้นกลายเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพรายใหม่ที่มี CEO ที่เด็กที่สุดในยุโรปเลยก็ว่าได้ ด้วยมูลค่าบริษัท 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และทำรายได้ประมาณ 2.9 ล้านบาทเมื่อ 2 ปีก่อน ยังไม่นับจนถึงตอนนี้นะ! จนชวนให้อยากทราบถึงประวัติและการเดินทางของบริษัทเป็นอย่างมาก

มารู้จัก “Bolt” แอปฯ

ทำไม Markus Villig ถึงได้ก่อตั้ง Bolt

สมัยที่ Markus ได้เรียนมหาวิทยาลัย เขาและเพื่อนมักจะมีปัญหาในการเรียกรถผ่านบริการมือถืออยู่เรื่อย เขาบอกว่ามันคือบริการที่ค่อนข้างมีราคาสูงและใช้งานยาก ทำให้ Markus ได้เกิดไอเดียที่อยากจะพัฒนาแอปพลิเคชันเรียกรถขึ้นมาเอง ที่ต้องถูกและใช้งานง่ายกว่าที่ตลาดมี

ประกอบกับความฝันและความหลงใหลที่อยากทำธุรกิจ Tech Startup เป็นของตัวเอง แบบรุ่นพี่ร่วมประเทศอย่าง Skype เป็นทุนเดิม Markus จึงได้ตัดสินใจดรอปเรียน และขอยืมเงิน 5,000 ยูโร หรือประมาณ 185,000 บาท ออกมาเริ่มธุรกิจกับพี่ชาย และเพื่อนของเขา และนี้เองคือจุดเริ่มต้นของ Bolt

จนในปี 2018 Markus Villig ติดอันดับในนิตยสารฟอล์บที่จัดอันดับ Working Man อายุต่ำกว่า 30 ปี ด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้นเองครับ ด้วยมูลค่าบริษัท 1 พันล้าน$ ส่งผลให้เขาเป็นเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพพันล้านที่มีอายุน้อยที่สุดในยุโรป ซึ่งเคล็ดลับที่ทำให้ Bolt นั้นประสบความสำเร็จ เรารวบรวมมาให้ได้อ่านกันที่นี่ดังนี้

มารู้จัก “Bolt”

1. เข้าใจเรื่องการตลาด เจาะกลุ่มผู้ใช้โดยตรงแต่ละประเทศ

ในวันที่ Markus ตัดสินใจก่อตั้ง Bolt บริษัทคู่แข่งบิ๊ก ๆ อย่าง Uber ได้เป็นที่รู้จักทั่วยุโรปไปแล้วในตอนนั้น แต่สิ่งที่ Markus มีคือความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้า และกฎหมายท้องถิ่น จนทำให้ตีตลาดได้สำเร็จ

2. ใช้ชีวิตแบบติดดิน กินง่าย อยู่ง่าย

ช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัท Markus และทีมงาน จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแอพฯ ออกสำรวจตลาด ชักชวนผู้ใช้งานและคนขับ นั้นทำให้เขาตระหนักถึงเงินทุกเม็ดที่จะต้องเสียไป

3. ทำให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการพึงพอใจทั้งคู่ 

หัวใจหลักของ Bolt คือเป็นตัวกลางระหว่างคนขับและลูกค้า ซึ่งสิ่งที่ทำให้ซื้อใจได้ทั้งสองฝั่งคือ Bolt นั้นเรียกเก็บส่วนแบ่งจากคนขับรถน้อยกว่าเจ้าอื่น และทางลูกค้าก็ได้ค่ารับบริการที่ถูกกว่าเช่นกัน

ติดตามเว็บไซต์อาชีพอิสระ
บทความที่น่าสนใจอาชีพเสริมที่กำลังมาแรง บริการ Delivery